ประวัติความเป็นมา
     
   
 
 

เดือนยี่หรือเดือนสอง นักปราชญ์โบราณอีสานได้จัดการให้มีประเพณีในการ ทำบุญประจำเดือนนี้ คือบุญคูณลาน  โดยท่านได้กล่าวไว้เป็นผญาว่า...

  ฮอดเมื่อเดือนสองอย่าช้าข้าวใหม่ปลามัน
  ให้เฮามาโฮมกันแต่งบุญประทายข้าว
  เชิญให้มาโฮมเต้าอย่าพากันขี่ถี่
  บุญคูณลานตั้งแต่กี้มาถ่อนซ่อยฮักษา

สำหรับมูลเหตุของเรื่องนี้มีปรากฎในหนังสือธรรมบทว่าในสมัยหนึ่งนางปุณณทาสีได้ทำขนมแป้งจี่(ข้าวจี่) ที่ทำจากรำข้าวอย่างละเอียดถวายแด่พระพุทธเจ้าและพระอานนท์ นางคิดว่าเมื่อพระพุทธองค์กับพระอานนท์รับแล้วคงไม่ฉันเพราะอาหารที่เราถวายไม่ใช่อาหารที่ดีหรือประณึตอะไร คงจะโยนให้หมู่กาและสุนัขกินเสียกลางทางพระพุทธเจ้าทรงทราบวาระจิตของนางและเข้าใจในเรื่อง ที่นางปุณณทาสีคิด จึงได้สั่งให้พระอานนท์ผู้เป็นพุทธอุปัฎฐากได้ปูลาดอาสนะลงแล้วประทับนั่งฉันสุดกำลังและในตอนท้าย หลังการทำภัตตกิจด้วยขนมแป้งจี่เรียบร้อยแล้ว พระพุทธเจ้าได้แสดงธรรมให้ฟัง จนกระทั่งนางปุณณทาสีได้บรรลุโสดาบัน เป็นอริยอุบาสิกาเพราะมีข้าวจี่เป็นมูลเหตุ ด้วยควาเชื่อแบบนี้คนอีสานโบราณจึงได้จัดแต่งให้บุญข้าวจี่ทุกๆปี ไม่ได้ขาดดั่งที่ปรากฎในผญาซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า...

  ยามเมื่อถึงเดือนสามได้พากันเอาบุญข้าวจี่
  ตั้งหากธรรมเนียมนี้มีมาแท้ก่อนกาล
  ได้เฮ็ดกันทุกบ้านทุกถิ่นเอาบุญ
  อย่าได้พากันไลเสียฮีตบุญคองเค้า

สถานที่นวดข้าวเรียกว่า"ลาน" การนำข้าวที่นวดแล้วมากองให้สูงขึ้นเรียกว่า "คูณลาน" คนอีสานสมัยก่อนมีอาชีพทำนาเป็นหลักและต้องการจะทำบุญด้วยการบำเพ็ญทาน ก็ได้จัดให้ลานข้าวเป็นสถานที่ทำบุญ การทำบุญในสถานที่ดังกล่าวเรียกว่า"บุญคูณลาน"
โดยกำหนดเอาเดือนยี่หรือเดือนสองเป็นเวลา ทำเพราะมีกำหนดทำเอา ในเดือนยี่นี้เองจึงได้ชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า"บุญเดือนยี่"

สำหรับประฐมมูลเหตุของเรื่องนี้มีอยู่ว่าในสมัยของพระกัสปะพุทธเจ้าได้มีชาวนาสองพี่น้องทำนาร่วมกัน ยามเมื่อข้าวเป็นน้ำนม น้องชายต้องการที่จะทำข้าวมธุปยาสถวายแด่พระสงฆ์ มีพระกัสสปะพุทธเจ้าเป็นประธาน ชวนพี่ชาย แต่พี่ชายไม่เห็นด้วยจึงได้ทำการแบ่งนากันคนละครึ่งพอได้กรรมสิทธิในที่นาแล้วก็เอาข้าวในนา ของตนทำบุญถึง ๙ ครั้ง คือในเวลาที่ข้าวเป็นน้ำนม๑ ในเวลาที่ข้าวเป็นข้าวเม่า ๑ ในเวลาเก็บเกี่ยวข้าว ๑ ในเวลาที่จักตอกมัดข้าว ๑ ในเวลาที่มัดข้าวเป็นฟ่อน ๑ ในเวลาที่กองข้าวไว้ในลาน ๑ ในเวลาที่ทำเป็นลอม ๑ ในเวลาที่นวดข้าว ๑ ในเวลาที่ขนข้าวใส่ยุ้งฉาง ๑ ในการถวายทานทุก ๆ ครั้ง น้องชายตั้งความปรารถนาการบรรลุเป็นอรหันตสาวกเป็นองค์แรก ในสมัยสมณโคดมพุทธเจ้า ครั้นมาถึงศาสนาของพระพุทธโคดม น้องชายได้มาเกิดเป็นพราหมณ์ชื่อว่า"โกณฑัญญะ" และได้ออกบวชเป็นพุทธสาวก และได้บรรลุพระอรหันต์เป็นองค์แรก รวมทั้งได้รับเอตทัคคะคือ เป็นผู้เลิศในรัตตัญญู

ส่วนพี่ชายได้ถวายข้าวเพียงครั้งเดียวคือในเวลาที่ทำนาแล้ว และได้ตั้งอธิฐานว่า ขอให้สำเร็จเป็นพระอริยบุคคลครั้นมาถึงศาสนาของพระพุทธโคดมได้มาเกิดเป็น สุภัททปริพพาชกและได้บวชในพระพุทธศาสนา แต่ไม่มีโอกาสได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ในเวลาที่พระองค์จวนที่จะเสด็จดับขันธปรินิพพานได้เข้าทูลถามความสงสัย พอเวลาฟังเทศน์จบลงได้สำเร็จเป็นพระอนาคามี เป็นพระอริยะสาวกองค์สุดท้ายในขณะที่พระพุทธเจ้าทรงพระชนม์อยู่

การถวายข้าวเป็นทานถือได้ว่าเป็นกาลทานชนิดหนึ่งและเป็นการทำบุญที่มีอนิสงส์มากดังที่ได้กล่าวแล้ว นักปราชญ์โบราณอีสานจึงได้ยึดถือปฏิบัติเป็นประเพณีสืบมาจนถึงทุกวันนี้.

           จังหวัดร้อยเอ็ด ได้จัดกิจกรรม ประเพณีเดือนยี  โดยเฉพาะ อำเภอปทุมรัตต์ ได้กำหนดจัดงานประเพณีบุญคูณลานสู่ขวัญข้าว ณ สนามที่ว่าการอำเภอประทุมรัตต์ เป็นประจำทุกปี ในเดือน กุมภาพันธ์  และ อำเภอจังหารได้สืบสานงานอย่างยิ่งใหญ่เช่นกัน
โดยจัดงานประเพณี บุญคูณลาน  สู่ขวัญข้าว ณ สนามหน้าที่ว่าการอำเภอจังหาร โดยจัดกิจกรรมต่ามประเพณี และจัดประกวดคณะกลองยาว ประกวดทำอาหารพื้นบ้าน ประกวดธิดากุ้มข้าวใหญ่ ประกวดซุ้มวิธีชีวิตชาวบ้านแบบเศรษฐกิจพอเพียง ในเดือน กุมภาพันธ์ เช่นกัน

 

 

 

สงวนลิขสิทธิ์ © 2010 สำนักงานการท่องเที่ยวจังหวัดอุบลราชธานี