.


มหัศจรรย์แห่งลำน้ำโขง

เรื่องและภาพโดย "ปู"

จากนิตยสาร "ดิฉัน"  ฉบับที่ 747   วันที่  15 เมษายน 2551

            สายวันหนึ่ง ผมกำลังเดินอยู่ ก็มีเสียงเรียก “ปู ๆ ” “ครับพี่” แล้วก็เดินตามเสียงนั้นไป “ปูไปอุบลฯไหม”

                 “ไปทำอะไรครับพี่เปิ้ล”

                 “ก็เหมือนเดิม ตามทีมแฟชั่นไป แต่ครามนี้จะไปริมแม่น้ำโขงนะ ที่บ้านสองคอน อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี”

                 “ได้ครับพี่”

                 “เออ ! ปู อากาศเย็นนะ เตรียมเสื้อไปด้วย”  พี่เปิ้ลบอกส่งท้ายก่อนที่ผมจะเดินจากมา

               ครั้งนี้ผมเดินทางไปก่อนล่วงหน้าหนึ่งวัน พร้อมเพื่อนร่วมทางอีก 2 คน เราเดินทางออกจากกรุงเทพฯตั้งแต่เช้า ไม่อยากเจอกับปัญหารถติด และความวุ่นวายของเมืองกรุงในการทำงานวันแรกของสัปดาห์

               เราถึงที่หมายปลายทางเกือบมืด เพราะแวะสถานที่ต่างๆกันมาตลอดการเดินทาง (ส่วนมากจะหลงทางกันมากกว่า) เราพักกันที่สองคอนรีสอร์ท ริมน้ำโขง

               บ้านสองคอนเป็นชุมชนเล็กๆอยู่ริมฝั่งโขงด้านตะวันออกสุดแดนสยาม เป็นจุดที่แม่น้ำโขงไหลพาดปะทะกับแนวเทือกเขาภูพานตอนปลาย ก่อให้เกิดภูมิประเทศมหัศจรรย์มากมาย ทั้งหาดทราย เกาะกลางน้ำ และแก่งหินต่างๆที่โผล่ขึ้นมาอวดโฉมในเวลาที่น้ำโขงลดระดับลงในช่วงปลายปี ชาวบ้านที่นี่หาปลาในน้ำโขงเป็นหลักในการเลี้ยงชีพ

               จากที่พัก เรามองไปฝั่งตรงข้าม เป็นประเทศเพื่อนบ้านของเรา คือสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จริงๆแล้วก็เป็นบ้านพี่เมืองน้องกันนั่นเอง มีเพียงน้ำโขงที่กั้นระหว่างกัน แต่ความสัมพันธ์มิถูกขวางกั้น

                ตลอดระยะความยาวของน้ำโขง จากจุดเริ่มต้นของแม่น้ำที่ไหลผ่านประเทศต่างๆมากกว่า 700  กิโลเมตร ก่อนจะลงสู่ทะเลนั้น มีส่วนที่แคบที่สุดของน้ำโขง เรียกว่า ปากบ่อง ซึ่งมีความกว้างของแม่น้ำจากฝั่งไทยถึงฝั่งลาวเพียง 56 เมตรเท่านั้น อยู่ที่บ้านสองคอนนั่นเอง

 

               ข่าวการเดินทางมาทำงานของพวกเราได้แพร่ไปอย่างรวดเร็วในหมู่บ้าน ไม่ว่าจะเดินทางไปไหน  ทั้งเด็กและผู้ใหญ่จะถามว่า ดารามาหรือยัง อีกอย่างที่เป็นความน่ารักของคนภูมิภาคนี้คือ เมื่อเดินผ่านแต่ละบ้านก็จะเรียกเรากินข้าวกันทุกบ้าน

              เมื่อทีมงานของเราเดินทางมาถึง พร้อมกับพี่ไพรัช ช่างผัส (พี่ก่อง) ที่ทางสำนักงานททท. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 2 ส่งมาดูแล และอำนวยความสะดวกให้กับเราตลอดการทำงานอยู่ที่นี่ ไม่ว่าเราจะไปไหนก็ตาม พอจัดของต่างๆเข้าที่กันเรียบร้อยแล้ว แต่ละคนก็จะเริ่มงานกันทันที นี่แหละความเป็นมืออาชีพของพวกเรา

         

              จากที่พัก เราเดินทางด้วยเรือไปตามลำน้ำโขง ชมทิวทัศน์ทั้งสองฝั่งสองฝั่งไปเรื่อยๆ ก็นึกอยู่ในใจเหมือนกันว่า นี่เราอยู่กลางน้ำโขง หรืออยู่ที่แกรนด์แคนย่อน  เพราะลักษณะภูมิประเทศนั้นคล้ายๆกัน มัวแต่ตื่นตาตื่นใจอยู่ แป๊ปเดียวก็ถึงจุดหมายของเราแล้ว

               เราขึ้นบกกันที่หาดหงส์  เป็นเนินทรายชายโขงขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ดูไปแล้วก้อเหมือนทะเลทรายมาก ทั้งเนินทรายที่สูงและเนินหินปะปนกันไป และเนินทรายเหล่านี้จะแปลงรูปไปเรื่อยๆตามแรงของกระแสลมที่พัดผ่าน

จุดเริ่มต้น  เราค่อยๆ เดินถ่ายรูปไปเรื่อยๆเสร็จที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง  ลัดเลาะไปตามริมโขงอย่างระมัดระวัง  เพราะภูมิประเทศที่เป็นแหล่งหินสูงและลาดชัน  ถ้าพลาดพลั้งอาจเกิดอันตรายได้ทุกวินาที

เดินไปสักพักก็มีเสียงพูดขึ้นมาว่า “ พี่เห็นหนูเป็นกอลัมรึไงให้ปีนขึ้นปีนลงตลอดเวลา ” ( กอลัมในเรื่อง The Lord Of The Rings) ก็พอเรียกเสียงหัวเราะจากทุกคนให้บรรเทาความเหนื่อยล้ากันได้บ้าง

เดินมาสักพักก็ถึงแก่งหินที่ชาวบ้านเรียกกันว่า  สามพันโบก  เป็นหลุมขนาดใหญ่บ้างเล็กบ้างสลับกันไป  บางหลุมมีขนาดใหญ่เท่ากับสระว่ายน้ำ  สวยแปลกตาดี  มีความเชื่อของชาวบ้านว่าที่บริเวณนี้เป็นสะดือของแม่น้ำโขง  บ้างก็เชื่อว่าเป็นหลุมที่พญานาคขุดขึ้นมา  ก็ว่ากันไปต่างๆนานา  ในทางวิทยาศาสตร์  หลุมเหล่านี้เกิดจากแรงของน้ำกัดเซาะจนกลายมาเป็นแอ่งมากมายนับไม่ถ้วน  ( สำหรับผู้เขียนแล้วไม่ขอออกความเห็น  ต่างคนต่างความเชื่อ

เราทำงานกันจนหมดแสงสุดท้ายของพระอาทิตย์  ก็เดินทางกลับที่พัก  ระหว่างทางเราก็คิดถึงเมนูอาหารค่ำกัน  หลังจากกินปลากันมาทุกมื้อ  แต่ก็คิดไม่ออกว่าจะสั่งอะไรกันดี  และแล้วมีคนหนึ่งเดินเข้าไปในครัว  เพื่อจะถามแม่ครัวว่านอกจากปลาแล้วมีอะไรอีกบ้าง  แล้วก็เดินกลับออกมาด้วยความงง

แม่ครัวบอกว่า  มีปลา...แล้วก็ปลา...แล้วก็ปลา ตกลงว่ามื้อนี่เราก็หนีไม่พ้นปลาอีกเช่นเคนเหมือนทุกมื้อ

เมื่อนั่งไปสักพัก  อาจารย์เรืองประทิน  เขียวสด  ก็มานั่งสมทบกับพวกเรา  และเล่าให้ฟังว่านักท่องเที่ยวมาเที่ยวกันน้อย  ส่วนมากจะมารับประทานอาหารก็กลับ  ไม่ค่อยมีใครนั่งเรือไปเที่ยวตามเกาะแก่งของแม่น้ำโขงเท่าไหร่  ยกเว้นช่วงสงกรานต์ที่จะมืดคนมาเที่ยวและเล่นสงกรานต์กันที่บริเวณหาดสลึงด้านล่างที่เราพักกันนี้  ที่เป็นหาดทรายขาวทอดยาวเลียบลำน้ำโขง  มองดูแล้วเหมือนกับชายหาดริมทะเลทั่วๆไป  ทำให้หมู่บ้านสองคอนคึกคักขึ้น  และกลับสู่สภาพเดิมอีกตั้งเมื่อหมดเทศกาล

ทุกๆที่ที่เราทำงานกันมาตั้งแต่หาดหงส์  สามพันโบก  รวมทั้งหาดสลึง  ในช่วงฤดูน้ำหลากของน้ำโขงทุกพื้นที่ที่จมอยู่ใต้น้ำทั้งหมด  ไม่เหลือร่องรอยของเนินทรายและแก่งหินให้เราเห็นเลย  มีแต่เพียงพื้นน้ำที่ทอดยาวออกไปไกลสุดตากับวิถีชีวิตความเป็นอยู่สองฝั่งโขงของบ้านพี่เมืองน้องไทยลาว

ที่ธรรมชาติได้สร้างสรรค์สร้างขึ้นตามความเหมาะสมของมันเอง

 

 

 

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุบลราชธานี ( อุบลราชธานี : ยโสธร : อำนาจเจริญ )
264/1 ถนนเขื่อนธานี อ.เมือง จ.อุบลราชธานี 34000 โทรศัพท์ 0 4524 3770, 0 4525 0714 โทรสาร 0 4524 3771