เยือนชุมชนบ้านสิงห์ท่า


"ร้อยมาลัยข้าวตอก แทนดอกมณฑารพ

นบพระสัมมาสัมพุทธเจ้า"

 

ร่วมชื่นชมวิถีวัฒนธรรมอันบริสุทธิ์งดงาม

ของชุมขนลุ่มน้ำชี ใสวันมาฆะบูชา

ที่ชาวฟ้าหยาด แห่งเมืองบั้งไฟโก้ยโสธร

จะนำ "ข้าวตอกสีขาว"  มาร้อยเป็นมาลัยสายยาว

แทน "ดอกมณฑารพ" แห่งสรวงสวรรค์ เพื่อบูชาพระพุทธเจ้า

 

 

  ความเป็นมาของประเพณีแห่มาลัย ปรากฏในพระไตรปิฎกส่วนที่ว่าด้วยพระสุตตันตปิฎก     บทปรินิพพานสูตร กล่าวคือ ดอกมณฑารพ ซึ่งเป็นดอกไม้บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มีความสวยงามและมีกลิ่นหอม    เป็นพิเศษ เวลาดอกมณฑารพจะบาน และร่วงหล่นก็ด้วยเหตุการณ์สำคัญ ๆ คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน ตุรงคสันนิบาต และทรงแสดงพระธัมมจักกัปปวัตนสูตร ดอกมณฑารพ จึงได้ร่วงหล่นลงมายังโลกมนุษย์ ครั้งเมื่อ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน ที่เมืองกุฉินารา ดอกมณฑารพ นี้ก็ได้ร่วงหล่นลงมาทั้งก้านและกิ่ง เปรียบเหมือนความเสียอกเสียใจพิไรรำพันต่อการเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานของ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า รวมถึงเหล่าพระภิกษุผู้ได้ชื่อว่าอรหันตขีนาสพทั้งหลายด้วย หมู่เหล่าข้าราชบริพาร ประชาชนทั้งหลายได้พากันมาถวายสักการะพระบรมศพ อีกทั้งยังได้พากันเก็บนำดอกมณฑารพที่ร่วงหล่นลงมาเพื่อไปสักการบูชาและรำลึกถึง สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนไปดอกมณฑารพ ที่เก็บมาสักการบูชาเริ่มเหี่ยวแห้งและหมดไป  เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระปัญญาธิคุณ พระกรุณาธิคุณ และพระบริสุทธิคุณ รวมทั้งเหตุการณ์ในวันสำคัญต่าง ๆ       จึงได้พากันนำเอาข้าวตอกมาสักการบูชา เพราะถือว่าข้าวเป็นสิ่งที่มีคุณค่า และเป็นของสูงที่มนุษย์จะขาดไม่ได้     การจัดข้าวตอกดอกไม้ถวายเป็นพุทธบูชามีจุดเริ่มต้นเมื่อไหร่นั้น ยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่เชื่อกันว่าแรก ๆ จะใส่พาน      ไว้โปรยเวลาพระสงฆ์เทศนา ต่อมาจึงมีการนำมาประดิษฐ์ตกแต่งที่เห็นว่าสวยงาม สืบทอด กันเรื่อยมาจนกลายเป็นประเพณีแห่มาลัยในปัจจุบัน

 

****************************

         

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุบลราชธานี ( อุบลราชธานี : ยโสธร : อำนาจเจริญ )
264/1 ถนนเขื่อนธานี อ.เมือง จ.อุบลราชธานี 34000 โทรศัพท์ 0 4524 3770, 0 4525 0714 โทรสาร 0 4524 3771